ขายสินค้าออนไลน์ อาชีพเสริมที่ใครๆ ก็ทำได้ทันที

ทุกวันนี้ใครบ้างไม่เคยสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แทบจะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆ ที่จะตอบว่าไม่เคย เพราะว่าพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้หันมาสั่งซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์กันมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีที่ง่าย และเอื้อให้เกิดการขายสินค้าออนไลน์เกิดขึ้นมามากมายเต็มไปหมด โดยเฉพาะ Facebook, Instagram และ Line 3 แอพพลิเคชั่นสำคัญที่เป็นตัวหลักในการติดต่อ ซื้อขายสินค้าออนไลน์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

ถ้าหากไม่มองในแง่ของการขายแล้ว ทั้ง 3 แอพพลิเคชั่นนี้ถือเป็นแอพฯ สามัญที่มีติดสมาร์ทโฟนกันแทบจะทุกคน เพราะเป็นแอพฯ ที่ได้รับความนิยม จึงทำให้มีคนจำนวนมากมองเห็นโอกาสทองที่จะพลิกแพลงมาเพื่อทำการค้า นี่แหละคือความง่าย และรวดเร็วของการติดต่อสื่อสาร ที่เอื้อให้คนหันมาซื้อขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น

ขายสินค้าออนไลน์ อาชีพเสริมที่ใครๆ ก็ทำได้ทันที

สนใจจะขายสินค้าออนไลน์บ้าง ต้องทำอย่างไร ?

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่าการขายสินค้าออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก ใครๆ ก็ทำได้ ทุกวันนี้มีทั้งพ่อค้าแม่ค้ามืออาชีพและคนขายมือสมัครเล่นที่ขายเป็นงานอดิเรกด้วยซ้ำ หากคุณอยากจะกระโดดลงมาร่วมตลาดขายสินค้าออนไลน์บ้างจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับการขายสินค้าออนไลน์ การเปิดร้าน การหาสินค้า ตลอดจนการตลาดพื้นฐานในการขาย รับรองได้ว่าเมื่ออ่านจบแล้วคุณจะสามารถมีร้านค้าเป็นของตัวเองได้เพียงแค่การคลิกไม่กี่ครั้งเท่านั้น

เปิดร้านค้าออนไลน์ ง่ายๆ ด้วยมือถือเครื่องเดียว

ใช่แล้ว! คุณอ่านไม่ผิดหรอก เพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟนสัก 1 เครื่อง คุณก็พร้อมที่จะเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ได้ภายในไม่กี่นาที ด้วยการดาวน์โหลดและติดตั้งแอพพลิเคชั่นหลักที่ผู้คนนิยมใช้ในการซื้อขาย ซึ่งได้แก่

1. Facebook แน่นอนว่าแอพฯ นี้คุณคงมีติดเครื่องอยู่แล้ว คุณสามารถใช้ Facebook Profile ของตัวคุณเอง ลงขายสินค้าตาม Group ต่างๆ ได้ทันที ในหลายๆ กรุ๊ปมีการซื้อขายดุเดือดมาก ทันทีโพสต์ลงขายก็พร้อมจะมีคนต่อคิวรอซื้อภายในไม่กี่นาที แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งก็คือ หาก Group ไหนที่มีคนโพสต์ขายสินค้าเยอะ โพสต์ของคุณก็จะตกสู่อันดับล่างๆ ภายใน Group อย่างรวดเร็ว ต้องคอยดันโพสต์ของตัวเองขึ้นมา

2. Facebook Page สำหรับเปิดหน้าเพจให้ร้านค้าของคุณเอง การใช้ Facebook Page นี้จะมีข้อดีกว่าการขายตรงๆ ใน Facebook Profile คือ สามารถลงโฆษณากับ Facebook Ads. ได้ ทำให้แต่ละโพสต์ที่คุณจ่ายเงินออกไป มีจำนวนคนเห็นมากยิ่งขึ้น และเรียกลูกค้าใหม่ๆ ที่ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย ที่คุณตั้งค่าเอาไว้ได้มากขึ้น โอกาสในการขายก็เพิ่มขึ้น

3. Instagram แอพพลิเคชั่นที่แต่เริ่มเดิมทีเป็นแอพฯ ที่ใช้โชว์ภาพถ่ายสวยๆ สร้างแกลเลอรี่ส่วนตัวของผู้ใช้ แต่ก็มีคนมองเห็นโอกาทางการขาย ใช้ถ่ายภาพสินค้าสวยๆ อัพโหลดลงบนแอพพลิเคชั่น เรียกลูกค้าได้มากมายๆ ก่อนจะตบท้ายเพื่อปิดการขายด้วยแอพฯ แชทยอดนิยมอย่าง Line

4. Line แอพฯ แชทยอดนิยม มักเป็นตัวปิดการซื้อขายอยู่เสมอ เพราะนอกจากความสามารถในการใช้แชทคุยแล้ว ยังส่งได้ทั้งภาพและวิดีโอของสินค้า บันทึกข้อมูลชื่อและที่อยู่ในการจัดส่ง

5. แอพพลิคชั่นจำเป็นอื่นๆ เช่น แอพฯ ของธนาคารต่างๆ ที่คุณเปิดบัญชีไว้ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณในการตรวจเช็คยอดเงินการโอนค่าสินค้าได้รวดเร็วขึ้นมากกว่าการเดินถือบัตร ATM ไปเช็ค หรือนำสมุดไปปรับที่ธนาคารโดยตรง และที่ขาดไม่ได้ก็คือ แอพฯ สำหรับถ่ายภาพสินค้าและการตกแต่ง จะขาดแอพฯ เหล่านี้ไปไม่ได้เลย เพราะในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ รูปสินค้าจะเป็นตัวดึงดูดสายตาอันดับแรกๆ ของลูกค้าเสมอ

นอกจากแอพพลิเคชั่นเหล่านี้แล้ว ยังมีเว็บไซต์สำเร็จรูปอีกหลายเจ้า ที่รอคุณเข้าไปใช้บริการสร้างร้านค้าออนไลน์ ได้แก่ Lnwshop, Weloveshopping, Tarad.com, Plazacool, Bigshopping ฯลฯ ซึ่งข้อดีของเว็บไซต์สำเร็จรูปเหล่านี้คือ การใช้งานที่แสนง่าย หน้าตาเว็บไซต์จะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไปตามเทมเพลตของแต่ละผู้ให้บริการ ครบครันตั้งแต่ระบบสต๊อคหลังร้าน ระบบการจัดการข้อมูลสมาชิก จนถึงการแจ้งเตือนเมื่อมีลูกค้าโอนเงินและส่งพัสดุ

ขายสินค้าออนไลน์ อาชีพเสริมที่ใครๆ ก็ทำได้ทันที

แล้วจะขายอะไรดี ?

สำหรับข้อนี้ เราขอแนะนำให้คุณสำรวจตัวเองก่อนว่า คุณมีความชอบส่วนตัวในเรื่องไหนเป็นพิเศษ เพราะหากคุณเลือกขายสินค้าที่ตัวเองมีความชอบและสนใจ จะทำให้คุณกลายเป็นกูรูในสินค้าชนิดนั้นๆ ได้ดีขึ้น คุณจะสามารถอธิบายถึงสรรพคุณของสินค้าให้กับลูกค้าเข้าใจได้อย่างโจ่งแจ้ง ตอบได้ทุกคำถามจากลูกค้าแม้ว่าคำถามนั้นจะยากแค่ไหน แต่ถ้าหากคุณเลือกขายสินค้าที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย ก็สามารถทำได้อีกเช่นกัน แต่คุณต้องมีเวลาทำความเข้าใจในสินค้านั้นๆ ให้มากขึ้น

Your ads will be inserted here by

Easy Plugin for AdSense.

Please go to the plugin admin page to
Paste your ad code OR
Suppress this ad slot.

สินค้ายอดนิยมในการซื้อขายออนไลน์มักจะนีไม่พ้น อุปกรณ์ไอทีต่างๆ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ฯลฯ 3 หมวดหมู่นี้จัดว่าเป็นสินค้าในตลาดทะเลแดง (red ocean) ที่มีการแข่งขันสูง แต่ก็เป็นที่ต้องการของลูกค้ามาก หรืออีกแนวทางในการหาสินค้ามาขายก็คือ “สินค้าที่มีความเฉพาะตัวสูง” หรือ Nich Market สินค้าในตลาดนี้จะไม่เน้นกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง แต่จะเน้นเจาะตลาดแคบๆ ที่มีคนสนใจอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น อุปกรณ์ตกปลา, เตนท์สำหรับเดินป่า, มีดพับ ฯล หรือสินค้าใดๆ ก็ได้ที่มีวงความสนใจเฉพาะกลุ่ม เหมือนคลับเล็กๆ แต่สมาชิกในคลับมีความชื่นชอบในกิจกรรมนั้นอย่างเหนียวแน่น

แหล่งซื้อขายสินค้ายอดนิยม

ถ้าเป็นตลาดค้าส่งที่อยู่ในเมืองไทย ก็จะได้แก่ สำเพ็ง, จตุจักร, ตลาดโรงเกลือ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละสถานที่ก็จะมีกลุ่มสินค้าแตกต่างกันออกไป หรืออาจจะสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากจากโรงงานผู้ผลิตภายในประเทศ แต่ทุกวันนี้ก็มีอยู่อีกจำนวนไม่น้อย ที่เลือกซื้อสินค้านำเข้าจากโรงงานในต่างประเทศ โดยเป็นการซื้อขายผ่านเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Alibaba, Taobao, Tmall, 1688.com, Gmarket ฯลฯ เว็บไซต์เหล่านี้แม้ว่าจะไม่เห็นสินค้าจริง แต่ก็มีภาพประกอบรายละเอียดสินค้าและคำอธิบายสินค้าอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เกิดการซื้อขายที่สินค้าออนไลน์ที่เรียกว่า Pre order

ขายสินค้าออนไลน์ อาชีพเสริมที่ใครๆ ก็ทำได้ทันที

การซื้อขายแบบ Pre order คืออะไร ?

ไม่ว่าจะมองไปทางไหน หลายๆ ร้านนอกจากมีสินค้าพร้อมส่งลงแบบพร้อมขายให้คนสั่งซื้อแล้ว การขายสินค้าแบบ Pre order ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ลูกค้าได้ทำการสั่งจองสินค้าที่ตนเองสนใจอีกด้วย ดังนั้นจึงพอจะอธิบายได้ง่ายๆ ว่า การ Pre order คือ “การสั่งจองสินค้าล่วงหน้า โดยที่ลูกค้าจะเป็นผู้จ่ายค่าสินค้าก่อน แล้วทางร้านค้าจะทำการสั่งสินค้านั้นกับซัพพลายเออร์ต่างประเทศ ให้ส่งสินค้ามายังประเทศของตน เมื่อได้รับสินค้าแล้ว ทางร้านก็จะทำการจัดส่งให้ลูกค้าต่อไป” เท่ากับว่าการสั่งสินค้า Pre order นั้น ผู้ขายไม่ต้องลงทุนสต๊อคสินค้าเอาไว้ แต่สามารถขายได้โดยที่ลูกค้าจ่ายเงินเต็มราคา (หรืออาจจะมัดจำไว้ส่วนหนึ่ง) แล้วบวกกำไรที่ตนเองต้องการได้เลย วิธีการขายสินค้าแบบนี้จึงกลายเป็นที่นิยมในบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ และคนทุนน้อย แต่การขายสินค้าแบบ Pre order ก็มีข้อเสียคือ

1. ผู้ขายได้แต่เพียงนำภาพสินค้ามาลงขายก่อนเท่านั้น อาจมีความเสี่ยงที่จะได้สินค้าไม่ตรงตามแบบ 100% เพราะภาพการขายสินค้านั้นมักได้รับการตกแต่งมาก่อนแล้วเสมอ กรณีนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก โดยเฉพาะกับสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น

2. ได้สินค้าไม่ครบ ตามจำนวนที่สั่ง Pre order ไป เพราะทางร้านค้าซัพพลายเออร์ที่ต่างประเทศนั้นก็มีการซื้อขายอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน จึงอาจทำให้ออเดอร์ของคุณในบางรายการที่ต้องการจะสั่งซื้อหมดลงกลางคัน ส่งผลให้ลูกค้าทีสั่งไม่ได้สินค้า ทางร้านจะต้องคืนเงินค่าสินค้าให้ลูกค้าไป แม้ว่าจะได้รับเงินคืน แต่ลูกค้าก็เสียอารมณ์ใช่ย่อย เพราะส่วนมากต้องการที่จะได้สินค้ามากกว่า

3. ในบางล็อต อาจได้รับสินค้าช้า อาจด้วยเรื่องของสภาพแวดล้อมในการเดินทางส่วนหนึ่ง และอีกส่วนมักเกิดจากวันหยุดเทศกาลของทั้ง 2 ประเทศที่ไม่ตรงกัน

การตลาดร้านค้าออนไลน์

เมื่อเปิดร้านค้าแล้ว การโปรโมตร้านค้าและแผนการตลาดต่างๆ นั้นสำคัญมากๆ เพราะนอกจากจะเป็นตัวเรียกลูกค้าเข้าร้านและสั่งซื้อกับเราแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการรักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าอีกด้วย วิธีการโปรโมตร้านค้าออนไลน์ที่นิยมทำกันได้แก่

1. การโพสต์ขายสินค้าตามเว็บบอร์ดต่างๆ เช่น pantipmarket, เว็บไซต์ SMF ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า

2. การซื้อโฆษณา google Adword, Facebook Ads ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าของคุณมีคนเห็นมากขึ้น และคลิกโฆษณานั้นๆ เข้ามาเยี่ยมชมร้านค้า

3. การทำ SEO คือการทำให้ร้านค้าของคุณขึ้นไปติดบนหน้าการค้นหาของ Google ภายใต้ Keyword ต่างๆ ที่ลูกค้าค้นหา

4. การจ้างเน็ตไอดอลถือสินค้า เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มีผู้ติดตามเป็นของตัวเอง หากคุณส่งสินค้าให้เขาถือ และโปรโมทชื่อร้าน ก็จะได้ทราฟฟิคเข้ามายังร้านค้าของคุณเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่ง

ในโลกของการขายสินค้าออนไลน์ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ที่เป็นหนทางทำให้คุณขายสินค้าได้เป็นเทน้ำเทท่า จนบางคนสามารถสร้างรายได้จากการขาย มากกว่างานประจำเสียด้วยซ้ำ แต่ทุกๆ ออเดอร์จากการซื้อขายสินค้า เรื่องของเครดิตนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะทุกวันนี้ความเร็วของการติดต่อสื่อสารสามารถกระจายได้เร็วเพียงชั่วพริบตา หากคุณคิดจะขายสินค้าออนไลน์แล้วล่ะก็ การใช้สื่ออย่างชาญฉลาดและแสดงออกถึงความซื่อสัตย์ เป็นมิตรจะช่วยให้คุณขายสินค้าได้อย่างยาวนาน ไม่ล้มหายตายไปเหมือนร้านค้าจำนวนมาก ที่เปิดขึ้นมาสนุกๆ ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วก็หายไปจากตลาด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>